หงส์ โดดร่วมวง เตรียมดึง เฟลไลนี่ ร่วมทีม

เมื่อไม่นานมานี้ทางด้าน เลกิ๊ป สื่อข่าวของฝรั่งเศส ได้เผยการตีข่าวที่ว่า หงส์แดงนั้น  คิดที่จะดึง มารูยาน เฟลไลนี่ แข้งสังกัดทีมแมนฯยู หรือ ปีศาจแดง มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และจะให้สัญญาที่มีระยะเวลา 3 ปี โดย “หงส์แดง” จำเป็นต้องมองหาตัวแทนของ เอ็มเร่ ชาน ที่อาจจะต้องบอกลาทีมหลังจบฤดูกาล 2017-2018 นี้

หากกล่าวถึง เฟลไลนี่ เขาได้เซ็นสัญญามาร่วมทีมเอฟเวอร์ตันในช่วงเดดไลน์เดือนกันยายน ปี 2008 ถือว่าเป็นผู้เล่นที่มีสถิติค่าตัวสูงสุดในถิ่นกูดิสัน พาร์ค คือ 12 ล้านปอนด์ โดยย้ายมาจากสตองดาร์ ลีแอช ด้วยสัญญา 5 ปี  ด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่น ทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมเดือนสิงหาคม 2012 ของเอฟเวอร์ตัน   เขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวของสโมสรด้วยจำนวน 12 ประตูรวมทุกรายงาน นอกจากนี้ก็ยังได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมเดือนพฤศจิกายน 2012 ของทางพรีเมียร์ ลีก ด้วย    และสุดท้ายในฤดูกาล 2013/2014 ในช่วงเดดไลน์ตลาดซื้อขายนักเตะ เฟลไลนี่ซึ่งตกเป็นข่าวมาอย่างยาวนานกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ย้ายไปร่วมทีมปีศาจแดงด้วยค่าตัว 27.5 ล้านปอนด์ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนแรกที่ เดวิด มอยส์ ซื้อตัวมาร่วมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

ล่าสุด  เฟลไลนี่ จะหมดสัญญาการค้าแข้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งจนถึงตอนนี้การเจรจาต่อสัญญาก็ดูไม่มีวี่แววว่าจะประสบความสำเร็จหลังจากที่อดีตแข้ง เอฟเวอร์ตัน ปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่มาโดยตลอด ทำให้ดาวเตะชาวเบลเยียมตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ทีมที่ตกเป็นข่าวกับ เฟลไลนี่ ก่อนหน้านี้ก็มีหลายทีมมากมายที่ต้อวการจะดึงตัวเขาเข้าร่วมทีม ก็มีอย่างเช่น เบซิคตัส, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ อาแอส โมนาโก เป็นต้น ซึ่งล่าสุด เลกิ๊ป ก็ได้อกมาแฉว่า ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เจ้าของฉายา หงส์แ ดง ก็ได้โดดเข้ามาร่วมวงล่าตัวดาวเตะวัย 30 ปีรายนี้ด้วย เหตุเป็นเพราะว่าพวกเขากำลังต้องการตัวแทนของ เอ็มเร่ ชาน กองกลางตัวเก่งดีกรีทีมชาติเยอรมนีที่มีโอกาสจะบอกลาทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

การได้สัญญาที่มีระยะเวลาถึง 3 ปี น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกใจ เฟลไลนี่ เช่นกัน เพราะว่ากันว่าสาเหตุหลักที่เขาปฏิเสธการต่อสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาโดยตลอดนั้น เป็นเพราะ “ปีศาจแดง” พร้อมที่จะขยายสัญญาของเขาแค่ 1 ปีเท่านั้น ขณะที่แข้งทีมชาติเบลเยียมต้องการสัญญาระยะยาว เพราะเชื่อว่านี่น่าจะเป็นสัญญาก้อนงามฉบับสุดท้ายในอาชีพการค้าแข้งของเขาแล้ว

 

ไทยกำลังมองหาบริษัทเขียนแผนก่อสร้างสเตเดียมทีมชาติไทย เพื่อใช้ในอนาคต ส.บอลฯ

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดหาบริษัทเพื่อเขียนแผนก่อสร้างสนามที่ไว้ใช้สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลในอนาคต โดยที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้มีการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนสำหรับการก่อสร้างสนามที่จะใช้แข่งขันกีฬาฟุตบอล โดยมีหลักการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการระดมทุน  จากภาคสาธารณะมีต้นแบบเหมือนอย่างสนามซูอิตะ สเตเดียม ของสโมสรกัมบะ โอซาก้า ทีมในเจลีกญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้ไปดูงานถึงสนามดังกล่าวนี้ด้วยตัวเองมาแล้ว

สำหรับแผนดังกล่าวนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องของการก่อสร้างสนามที่ใช้สำหรับจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลแล้ว ยังมีการพัฒนาพื้นที่โดยรอบในเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เป็นสถานที่ ที่สามารถเปิดใช้ทำกิจกรรมอื่นๆได้ตลอดทั้งสัปดาห์ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแก่คนทั่วไป ในช่วงวันที่ไม่มีการแข่งขัน

โดยทาง พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมได้กล่าวว่า “สมาคมฯจะจัดหาบริษัท มาเขียนแผนการก่อสร้างฟุตบอลสเตเดียมของสมาคม เพื่อที่จะกำหนดทิศทาง วางรูปแบบของสนาม ตลอดจนแหล่งที่มาของการเงิน และจำนวนที่ดินที่ใช้ในการก่อสร้าง ถ้าเราได้รูปแบบของสนามที่เราสามารถกำหนดราคาก่อสร้างได้ เราก็จะหาบริษัททางการเงินว่าเราจะสามารถใช้เงินอย่างไร อาจจะมีส่วนที่มาจากการระดมทุนจากแฟนบอลไทยทั้งประเทศ หรือจดทะเบียนกับบริษัทขึ้นมาเป็นฟุตบอลสเตเดียม และให้แฟนบอลเข้ามาถือหุ้น หรือบุคคลที่มีความสนใจ และเมื่อเราได้รูปแบบผังโครงสร้าง และการประมาณการค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน เราก็จะนำแผนเข้าไปเสนอต่อฝ่ายของรัฐบาล เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการจัดหาที่ดินให้กับเรา ซึ่งก่อนที่เราจะไปขอที่ดิน พนันออนไลน์ เราจะต้องมีแผนการก่อสร้าง ว่าจะสร้างอย่างไร เราต้องมีแบบแผนและมีการศึกษาอย่างชัดเจนว่าเราจะหาเงินทุนจากไหน ใช้ระยะเวลานานเท่าไรในการก่อสร้าง แต่ส่วนนี้ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องสร้างให้ทันก่อนที่ผมจะหมดวาระ ผมแค่ต้องการวางรากฐานไว้ ว่าในอนาคต ถ้าท่านใดก้าวมาเป็นนายกสมาคมฯ ต่อจากผม จะได้เห็นและเข้าใจถึงความสำคัญของการมีสนามฟุตบอลที่ทันสมัยนี้”

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามคาดว่า การก่อสร้างจะต้องใช้เงินและที่ดินจำนวนมาก เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ แต่ทำแล้วทุกคนมีได้มีส่วนร่วมในการใช้สอยพื้นที่ ในด้านของกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกาย การพักผ่อน การแสดง และกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งคาดว่าอาจจะมีการเปิดให้เช่าใช้สถานที่ หรือการเก็บเงินการเข้าสถานที่ เพื่อใช้เงินจำนวนนั้น มาพัฒนาและบำรุงพื้นที่ให้บริการ

ทรู แบงค็อก หวังได้ชัยนัดแรกในบ้านปีนี้ ส่วนโคราช หวังยืดสถิติแม้เจอเกมหนัก

แข้งเทพประกาศขอคว้าชัยในบ้านให้ได้ก่อนสงกรานต์ ขณะที่สวาทแคทเองก็ไม่ยอมปล่อยเกมไปอย่างง่ายๆ และหวังจะยืดสถิติดังกล่าวออกไป
ในวันที่ 9 เมษายน 2561 เวลา 13.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว 127 สนามราชมังคลากีฬาสถาน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก สัปดาห์ที่ 10 “Meet The Warriors” โดยสองทีมหัวเมือง อย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ต้องวนมาพบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี สำหรับแข้งเทพ เกมล่าสุดปลดล็อคถล่มเข้าการท่าเรือ เอฟซี มาได้อย่างขาดลอย ขณะที่ สวาทแคทฟอร์มเริ่มดร็อปลง หลังจากที่แพ้มาถึง 3 ใน 4 เกมหลัง

โดยทาง วสพล แก้วผลึก ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้กล่าวว่า “เกมนี้เราได้กลับมาเล่นในบ้านอีกครั้ง เกมที่แล้ว เราทำได้ดีมากในการแข่งกับ การท่าเรือ เอฟซี แต่มันก็ผ่านไปแล้ว เป้าหมายคือตอนนี้เราต้องพยายามรักษามาตรฐานให้ได้ และเก็บชัยชนะในบ้านนัดแรกให้ได้ หลังจากที่ยังทำได้ไม่สำเร็จในฤดูกาลนี้ การเล่นในบ้านของเราปีนี้ เรายังทำได้ไม่ดีพอ ทางมาโน่ โพลกิ้ง และนักเตะก็เน้นเป็นพิเศษเพื่อที่จะเก็บสามคะแนนแรกในบ้านให้ได้ ในขณะที่สุมัญญา ปุริสาย เขาทำได้ดีมาก แต่สิ่งสำคัญคือต้องรักษาฟอร์มที่ดีต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้อายุเขา 30 ปีแล้ว เขาก็มีประสบการณ์มากขึ้น ปีนี้อาจจะเป็นปีที่ดีที่สุดของเขาก็ว่าได้ หวังว่าเขาจะรักษาฟอร์มแบบนี้ให้ได้”
“สำหรับคู่กองกลาง ตอนนี้เรามีกองกลางคุณภาพหลายคน เช่น สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่ทำได้ดีในเกมที่แข่งกับการท่าเรือ เอฟซี และเรายังมีแอนโธนี อำไพพิทักษ์วงศ์ รวมถึง ปกเกล้า อนันต์ ที่ทำได้ดี ซึ่งทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อเป็นตัวจริง ขณะที่ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด เขาเป็นผู้รักษาประตูมือดีอยู่แล้ว และเชื่อมั่นในตัวเขามาตลอด ในส่วนของนักเตะต่างชาติต้องมีเวลาในการปรับตัว เราไม่เคยสงสัยในเรื่องคุณภาพของเขา ส่วนการเก็บคลีนชีท ในเกมที่แข่งกับการท่าเรือ เอฟซี ซึ่งเขาโชว์ฟอร์มได้ดี และน่าจะเป็นการเรียกความมั่นใจได้ดีพอสมควร”
“ในขณะเดียวกัน เกมนี้เราไม่มีวานเดอร์ หลุยส์ เพราะเขายังติดโทษแบน เขาเป็นนักเตะที่มีความสามารถ แต่เชื่อว่าเรามีคนอื่นที่สามารถทดแทนได้ เช่น ธีรเทพ วิโนทัย ถึงจะยังทำประตูไม่ได้ แต่ก็มีส่วนร่วมและช่วยให้ทีมจบสกอร์ได้หลายครั้ง”
ขณะที่ มล. โอรัส เทวกุล ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวว่า “เกมกับแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี เรายอมรับว่ามันเป็นเกมที่น่าผิดหวัง เหมือนฝันร้าย  แต่เราต้องตื่นจากฝันร้ายให้เร็วที่สุด การไปเยือน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ถือเป็นงานหนัก เพราะพวกเขามีเกมรุกที่หลากหลาย แต่เขามีสถิติที่ไม่ดีเท่าไหร่ เราเองก็หวังว่าเราจะเป็นอีกหนึ่งทีมที่ยืดสถิตินี้ไปด้วยการเก็บแต้มกลับมาให้ได้”
“การขาดอี วอน แจ ที่ติดโทษแบนถือว่ามีส่วนสำคัญ เช่นในเกมกับ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี แต่เราก็ต้องให้เครดิตคู่ต่อสู้ด้วย และอีกส่วนคือเราประมาทกันเอง โดยเฉพาะเกมรุกที่เราใช้โอกาสเยอะเกินไป ซึ่งทุกคนได้เรียนรู้ และต้องเดินต่อไปให้ดีกว่าเดิม การเจอกับแบงค็อก เราต้องเรียกความมั่นใจกลับมาให้เร็วที่สุด และเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับเกมนี้”
“สำหรับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มีนักเตะที่ทำได้ดีหลายคน เช่น สุมัญญา ปุริสาย เป็นต้น แม้พวกเขาจะไม่มี วานเดอร์ หลุยส์ แต่พวกเขาก็ยังมีนักเตะไทยที่ดีหลายคนซึ่งแทนกันได้ เกมนี้จึงยอมรับว่ามันเป็นเกมที่หนักของเรา”

ถึงกับเรือล่ม เมื่อเรือใบโดนหงส์อัดเละ

ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย เลกแรก  เมื่อคืนวันพุธที่ 4 เมษายน 2018

ลิเวอร์พูลชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไป 3 – 0 ประตู ที่สนามแอนฟิลด์

โดยมีผังการเล่นและการให้คะแนนของผู้เล่น ดังนี้

ผู้รักษาประตู

Ederson31 เอแดร์สัน (5/10) : ไร้ความมั่นใจ จนทำให้เสียประตูไปถึง 3ประตู ซึ่งคิดว่าเขาน่าจะทำได้ดีกว่านี้

กองหลัง

Walker2 ไคล์ วอล์คเกอร์ (2/10) : ไม่สามารถประสานงานกับมาเนและโรเบิร์ตสัน ที่ฝั่งซ้ายของลิเวอร์พูล ได้  และเขายังเล่นเกมรุกได้ไม่ดีนัก

Kompany4 แวงซ็องต์ กอมปานี (3/10) : พลาดท่าเสียทีให้กับอ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และเขาไม่สามารถงัดประสบการณ์ที่เขามี ออกมารับมือสามการประสานเกมสุดอันตรายของเจ้าบ้านได้

Otamendi30 นิโกลาส โอตาเมนดี้ (3/10) : จ่ายบอลเสียบ่อยทั้งตลอดเกม  และดูเหมือนจะส่งผลให้การตัดสินใจในเกมรับของเขาไม่ค่อยดี

Laporte14 ไอเมอริค ลาปอร์ต (2/10) : ตัดสินใจไม่เด็ดขาดและเงอะงะ  ในจังหวะเคลียร์บอลไม่ขาด จนเป็นทสาเหตุของการเสียประตูแรกให้กับซาลาห์ รวมทั้งเขายังออกอาการเหวอตลอดเกม​

กองกลาง

de Bruyne17 เควิน เดอ บรอยน์ (6/10) : พยายามอย่างหนักเพื่อจะเคลื่อนเกมรุกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ก็ไม่เป็นผลดีเท่าไรนัก โดยดูได้จากความยอดเยี่ยมของการยืนโซน ป้องกันของแนวรับลิเวอร์พูล

Fernandinho25 เฟอร์นานดินโญ (4/10) : ทำได้น่าผิดหวังที่สุดในครึ่งชั่วโมงแรกของเกม แต่ก็เป็นคนที่สามารถพยายามตั้งหลักกลับมาได้เร็วที่สุดในทีม

Silva21 ดาบิด ซิลบา (6/10) :​ เป็นอันดับหนึ่งในทีมซิตี้ ที่เล่นเกมใหญ่ได้ดี   เขามักมีบทบาทในพื้นที่สุดท้ายของลิเวอร์บ่อยครั้ง แต่ไม่สามารถสร้างจุดเปลี่ยนให้ทีมของเขาได้

กองหน้า

Gündogan8 อิลคาย กุนโดนกัน (1/10) : ดูสะเปะสะปะกับการยืนตำแหน่งที่ฝั่งขวา และการหุบเข้ามาตรงกลางก็ไม่ได้ผลดีอะไร  ป้องกันการรุกได้แย่และถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงต้นครึ่งหลังของการแข่ง

Jesus33 กาเบรียล เชซุส (4/10) : ความขยันและการวิ่งหาพื้นที่ อันเป็นจุดเด่นของเขา ซึ่งก็ทำให้เห็นอีกครั้งในเกมนี้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำลายแนวรับของหงส์แดงลงได้ สิ่งที่เขาต้องจับตามองคือการวิ่งอย่างชาญฉลาดมากกว่าการตะบี้ตะบันวิ่งทุกจังหวะ

Leroy Sane19 ลีรอย ซาเน (3/10) : พลาดโอกาสทองตอนที่สกอร์ยังเป็น 1-0 สกอร์สุดท้ายอาจจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้  ถ้าเกิดเขาทำได้ดีกว่าเดิมกับโอกาสนี้ ซึ่งไม่สามารถเอาชนะเทร็นต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้

ตัวสำรอง

ราฮีม สเตอร์ลิง แทนที่ กุนโดกัน นาทีที่ 57 (5/10) : ไม่มีอะไรดีสักอย่าง

 

ตำนานปีศาจแดง “ กิ๊กส์” เตือนผีควรปรับทัพ

เมื่อไม่นานมานี้ไรอัน กิ๊กส์ กุนซือทีมชาติเวลส์ อดีตนักเตะปีศาจแดง  ชี้ ปีศาจแดง จำเป็นต้องปรับปรุงทีมในซีซั่นหน้า ถ้าไม่อยากให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซิวแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครอง พร้อมเชื่อ “เรือใบสีฟ้า” น่าจะรุกคืบเสริมแข้งใหม่ที่มีฝีเท้าระดับพระกาฬในช่วงกลางปีนี้อีก

หากกล่าวถึงตำนานของปีศาจแดง หรือ กิกส์ เขาเป็นนักฟุตบอลดั้งเดิมของสโมสรตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน โดยประเดิมการเล่นเป็นตัวจริงให้แก่ปีศาจแดงชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 17 ปี ในวันที่ 2 มีนาคม ปี 1991โดยลูกยิงของกิกส์ที่เป็นที่จดจำได้เป็นอย่างดี คือ การลากลูกเข้าไปยิงประตูด้วยตนเองอย่างสวยงาม ในรายการเอฟเอคัพ ฤดูกาล 1998–1999 ที่ผีแดงเอาชนะปืนใหญ่ไปได้ ในรอบรองชนะเลิศนัดแข่งใหม่ 1–2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งทำให้ผีแดงได้ทริปเปิลแชมป์ หรือสามแชมป์ในที่สุด  เมื่อวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 2014

ทั้งนี้ทางสโมสรได้แต่งตั้งกิกส์ ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมและเป็นผู้เล่นชั่วคราวจนจบฤดูกาล  ซึ่งผลงานนัดแรกของกิกส์ที่ได้ทำหน้าทีผู้จัดการทีมนับว่ายอดเยี่ยม เมื่อแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นฝ่ายเล่นในสนามของตัวเอง สามารถเอาชนะนอริชซิตีไปได้ 4–0รวมผลงานที่กิกส์เป็นผู้จัดการทีมทั้งหมด 4 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 และแพ้ 1 และจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 7 ทั้งนี้ กิ๊กส์ ยังเป็นผู้ฝึกสอนและอดีตนักฟุตบอลชาวเวลส์ ปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมชาติเวลส์ ทั้งยังเป็นเจ้าของร่วมซอลฟอร์ดซิตี อีกด้วย

ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ ทางด้านไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติเวลส์ ก็ได้ออกมาเตือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรจากเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง มีโอกาสคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในฤดูกาล 2018-19 เว้นเสียแต่ว่า “ปีศาจแดง” จะปรับปรุงทีมขึ้นมา

ผีแดง เพิ่งบุกไปเฉือนชนะ “เรือใบสีฟ้า” 3-2 ในเกมลีกนัด “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์” เมื่อวันเสาร์ที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ทำให้ทีมดังอย่างเรือใบสีฟ้า ยังไม่สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก  ได้อย่างงดงาม โดยยังมี 84 แต้ม จาก 32 นัด นำ แมนฯ ยูไนเต็ด อันดับ 2 เหลือ 13 แต้ม

โดยอดีตตำนานแมนฯ ยูไนเต็ด หรือ  “กิ๊กซี่” ได้กล่าวกับ “สตาร์ สปอร์ตส์” สื่อกีฬาอินเดีย ว่า “พวกเขาต้องปรับปรุงทีม พวกเขาต้องทำในปีหน้า พวกเขาต้องทำอย่างนั้น ไม่อย่างนั้น ซิตี้ ก็จะคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้ง เพราะพวกเขามีคุณภาพ รวมทั้งในตลาดซื้อขายนักเตะด้วย พวกเขากำลังจะพัฒนา และพวกเขาจะดึงตัวนักเตะที่ดีกว่านี้เข้ามาอีก  ในทุกฤดูกาลไม่ว่าทีมไหนจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทีมที่อยู่ต่ำกว่าพวกเขาจะต้องปรับปรุงทีม ดังนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องปรับปรุงทีมในปีหน้า”

 

ตัวเด็ด 11 ตัวจริง หงส์-เรือใบ ก่อนแข่งจริง

จะเป็นนัดชี้ชะตาว่าทีมจากพรีเมียร์ลีกทีมใดจะได้เข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย ระหว่าง แมนฯซิตี้ และ ลิเวอร์พูล  มาดูนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดของทั้งสองทีมทั้ง 11 แข้งกัน

  1. ผู้รักษาประตู : ลอริส คาริอุส (ลิเวอร์พูล)

ในเกม UCL สถิติของ คาริอุส ดูดีกว่ามือเซฟของทีมเรือใบสีฟ้า เพราะถ้านับกันจริงๆ ผู้รักษาประตูชาวเยอรมันสามารถเก็บคลีนชีตในรายการนี้ไปแล้ว 6 นัด ในขณะที่ เอแดร์สัน ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้เพียง 4 นัดเท่านั้น

  1. แบ็คซ้าย : แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล)

ในตำแหน่งแบ็คซ้าย คงไม่มีใครเกิน “แอนดี้” โรเบิร์ตสัน ของฝั่งหงส์แดง ทั้งฟอร์มการเล่นในลีกและใน UCL ซึ่งรับประกันได้ว่ารับแน่นและบุกมันส์

  1. แบ็คขวา : ไคล์ วอล์คเกอร์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แบ็คขวาชาวอังกฤษผู้นี้เล่นมีประสบการณ์และความแข็งแกร่งก็เหนือกว่าเทรนต์ ของทางฝั่งหงส์แดง ไว้ใจได้ทั้งเกมรับและรุก แต่ยังขาดเรื่องสมาธิในเกมเท่านั้น

  1. เซ็นเตอร์แบ็ค : นิโคลาส โอตาเมนดี้ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เซ็นเตอร์ชาวอาร์เจนไตน์เล่นได้อย่างแข็งแกร่งและเป็นตัวหลักของทีม เป๊ป มาตลอด เข้าสกัดบอลเด็ดขาด แม่นยำ มีความเร็วที่สามารถวิ่งบดขยี้กับกองหน้าได้ ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน แถมยังสามารถเล่นในระบบหลัง 3 ตัวได้อีกด้วย

  1. เซ็นเตอร์แบ็ค : เวอร์จิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล)

75 ล้านปอนด์ที่ คล็อปป์ ทุ่มไปกับกองหลังคนนี้เริ่มแสดงความคุ้มค่ามากขึ้นเรื่อยๆ มีบุคลิกที่สามารถเป็นนายใหญ่ในแผงหลัง สั่งการจัดระบบการป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้หงส์แดง เสียประตูยาก

เขาเข้ามากำจัดจุดอ่อนในเรื่องการป้องกันลูกกลางอากาศและลูกตั้งแตะได้อย่างแนบเนียน

  1. มิดฟิลด์ : เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ยอดมิดฟิลดจอมแอสซิสต์รายนี้ สามารถเติมเต็มแดนกลางให้แน่น เปลี่ยนเกมจากรุกเป็นรับได้เพียงครั้งเดียว เล่นได้ทั้งรับและรุก ยิงไกลดี มีลูกคิลเลอร์พาสสวยๆ เป็นเครื่องหมายการค้า สร้างควาหลากหลายในเกมบุกได้

  1. มิดฟิลด์ : แฟร์นันดินโญ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

มิดฟิลด์ตัวตัดเกมเป็นนักเตะผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง การเข้าสกัดบอลที่แม่นยำ และพาบอลขึ้นไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกมแดนกลางของซิตี้มีความหลากหลาย และแข็งแกร่ง แถมยังมีลูกสอดเข้ามายิงให้ได้เห็นหลายต่อหลายนัด เป็นกองกลางที่ครบเครื่องคนหนึ่งแม้อายุจะเข้าเลขสามแล้วก็ตาม

  1. มิดฟิลด์ : ดาบิด ซิลบา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ขอยกแผงกองกลางของซิตี้ทั้งทีมเลยแล้วกัน เพราะเมื่อดูจากภาพรวมและความสามารถเฉพาะตัว กองกลางของซิตี้ ทุกคนกินขาดทางฝั่งหงส์แดง ซิลบา อยู่กับทีมมานาน มีทั้งเทคนิคและความเก๋าเกม ยิ่งฤดูกาลนี้ปรับตัวเข้ากับแทคติกของเป๊บ ได้ ทำให้เขากลายเป็นคีย์แมนในเกมรุกไปเลย สามารถประสานกับกองหน้าได้อย่างลงตัว และทำประตูได้ด้วย

  1. ศูนย์หน้า : ซาดิโอ มาเน (ลิเวอร์พูล)

มีความมั่นใจและการเล่นเป็นทีมมากขึ้น มีทั้งเทคนิค ความเร็ว และความขยัน มักไปอยู่ถูกที่ถูกทาง หาช่องเข้าไปทำประตูได้ดี แถมยังเล่นเกมรับในระบบของคล็อปป์ ได้อย่างยอดเยี่ยม

  1. ศูนย์หน้า : เซอร์คิโอ อเกวโร กุน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

หน้าเป้าที่มีการเข้าทำอย่างแม่นยำ เล่นในกรอบเขตโทษได้อย่างอันตราย ยิงบอลคม และยอดเยี่ยมในลูกกลางอากาศ เป๊บ ยกย่องเขาว่า เป็นกองหน้าระดับโลกที่ได้รับการยอมรับน้อยเกินไป ยิงประตูได้สม่ำเสมอ

  1. ศูนย์หน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)

สถิติพังประตูเกิน 30 ลูกรวมทุกรายการก่อนจะจบฤดูกาล คงการันตีตัวจริงของ “ก๊อดออฟอียิปต็” ได้เป็นอย่างดี ซาลาห์ เป็นกองหน้าที่มีความเร็ว เทคนิคดีเยี่ยม ไปกับบอลได้ดี และมักยิงบอลในสถานการณ์คับขันได้อย่างเหลือเชื่อ คุณสมบัติทีดีอย่างหนึ่งคือการเป็นศูนย์หน้าที่ไม่เห็นแก่ตัว จึงทำให้ทีมเอาชนะคู่แข่งได้เยอะ เพราะการไม่ฝืนเล่นในบางจังหวะ มีประโยชน์กับทีมตลอด 90 นาที